BK8 – 5 สิ่งที่ต้องจับตาในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก 8 ทีมสุดท้าย: แมตช์หยุดโลก, การล้างแค้น และเส้นทางสู่บูดาเปสต์
ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ (8 ทีมสุดท้าย) กำลังจะระเบิดความมันส์ขึ้นในสัปดาห์นี้ พร้อมกับเรื่องราวมากมายที่อัดแน่นอยู่ในแต่ละคู่ ไม่ว่าจะเป็นการโคจรมาพบกันของคู่อริตลอดกาล โอกาสล้างแค้นของทีมจากพรีเมียร์ลีก และการโชว์ฟอร์มของซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ตั้งแต่ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ไปจนถึง แฮร์รี่ เคน
และนี่คือ 5 ประเด็นสำคัญที่คุณต้องจับตามองในเกมนัดแรกของสัปดาห์นี้
1. ‘เอล กลาซิโก้’ แห่งยุโรป (เรอัล มาดริด พบ บาเยิร์น มิวนิค)
เมื่อพูดถึงทีมที่คุ้นเคยกันดีที่สุดในรายการนี้ คงหนีไม่พ้น บาเยิร์น มิวนิค และ เรอัล มาดริด ที่ดวลกันมาแล้วถึง 28 ครั้งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยุโรป โดย “ราชันชุดขาว” กำชัยไป 13 ครั้ง ส่วน “เสือใต้” ชนะ 11 ครั้ง และเสมอกัน 4 ครั้ง
ซีเนดีน ซีดาน เคยกล่าวไว้ว่า “การเผชิญหน้ากับบาเยิร์นคือเกมที่งดงามและเป็นเกมที่เราอยากเล่นเสมอ เพราะพวกเขาแข็งแกร่งมาก” แม้บาเยิร์นจะไม่เคยเอาชนะมาดริดในรอบน็อกเอาต์ได้เลยนับตั้งแต่ฤดูกาล 2011-12 แต่ภายใต้การคุมทีมของ แว็งซ็องต์ กอมปานี ในปีนี้ พวกเขากำลังโชว์ฟอร์มเกมรุกสุดโหด ทะลวงไปแล้ว 97 ประตูจาก 27 เกมในลีก และเพิ่งถล่ม อตาลันต้า ด้วยสกอร์รวม 10-2 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ในขณะที่ เรอัล มาดริด แม้จะเพิ่งโชว์ความเก๋าเขี่ย แมนฯ ซิตี้ ตกรอบ แต่พวกเขากำลังฟอร์มสะดุดในลีกหลังพ่ายมายอร์ก้า และตามหลังจ่าฝูงบาร์เซโลน่าถึง 7 แต้ม นี่อาจเป็นปีที่เสือใต้ลบอาถรรพ์ได้สำเร็จ
2. การกลับมาเยือนถิ่นที่คุ้นเคยของ ‘เกียวเคเรส’ (สปอร์ติ้ง ซีพี พบ อาร์เซน่อล)
วิคตอร์ เกียวเคเรส ศูนย์หน้าอาร์เซน่อล จะได้หวนคืนสู่กรุงลิสบอนอีกครั้ง หลังจากที่ทัพ “ปืนใหญ่” ทุ่มเงิน 63.5 ล้านยูโร ดึงตัวเขามาร่วมทีมเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา
ที่สปอร์ติ้ง เกียวเคเรสเคยระเบิดฟอร์มทำ 68 ประตูจาก 66 เกมลีก แต่การมาอยู่ลอนดอน เขาต้องต่อสู้เพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริงกับ ไค ฮาแวร์ตซ์ และ กาเบรียล เชซุส แม้ผลงาน 11 ประตูจาก 29 นัดในพรีเมียร์ลีกอาจยังไม่เปรี้ยงปร้างสมความคาดหวัง แต่ในแชมเปี้ยนส์ ลีก เขากดไปแล้ว 4 ประตูจาก 8 นัด
ที่น่าสนใจคือ เกียวเคเรส เพิ่งเรียกความมั่นใจกลับมาเต็มเปี่ยม หลังสวมบทฮีโร่ซัดแฮตทริกใส่ยูเครน และพังประตูชัยพาทีมชาติสวีเดนคว้าตั๋วฟุตบอลโลกได้สำเร็จ อาร์เซน่อลหวังว่าความมั่นใจนี้จะส่งผลดีต่อทีมในการล่าแชมป์ยุโรปสมัยแรก
3. ภารกิจล้างแค้นของ ‘สล็อต’ และ ‘ลิเวอร์พูล’ (เปแอสเช พบ ลิเวอร์พูล)
หลังจากทุ่มเม็ดเงินกว่า 400 ล้านปอนด์คว้าตัว อเล็กซานเดอร์ อิซัค, อูโก้ เอกิติเก้, ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ และ เจเรมี่ ฟริมปง ลิเวอร์พูลถูกคาดหวังให้เป็นผู้ท้าชิงแชมป์ลีกเต็มตัว แต่ความเป็นจริงภายใต้การคุมทัพของ อาร์เน่ สล็อต กลับเต็มไปด้วยความยากลำบาก ปัจจุบันพวกเขารั้งอันดับ 5 และเพิ่งโดน แมนฯ ซิตี้ ถล่ม 4-0 ร่วงเอฟเอ คัพ
ฟุตบอลยุโรปจึงเป็นความหวังเดียวในการกอบกู้ศรัทธา แต่ด่านหน้าคือ “แชมป์เก่า” ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่เคยเขี่ยพวกเขาตกรอบด้วยการดวลจุดโทษเมื่อปีที่แล้ว แถมสถิติช่วงหลัง เปแอสเช ยังมักจะ “แพ้ทาง” ทีมจากอังกฤษน้อยมาก (ปราบทั้ง ลิเวอร์พูล, วิลล่า, อาร์เซน่อล และเพิ่งถล่มเชลซีรวม 8-2) การบุกไปเอาชนะทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ จึงถือเป็นบททดสอบมหาโหดของทัพหงส์แดง
4. ศึกสายเลือดลาลีกา (บาร์เซโลน่า พบ แอตเลติโก้ มาดริด)
นี่คือคู่เดียวในรอบนี้ที่มาจากลีกเดียวกัน บาร์เซโลน่า ของ ฮันซี่ ฟลิค นำเป็นจ่าฝูงลาลีกาด้วยเกมรุกที่จัดจ้าน ทั้ง ลามีน ยามาล, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, ราฟินญ่า และ เปดรี้
แม้บาร์ซ่าจะเพิ่งเฉือนชนะในลีกล่าสุด 2-1 แต่ “ตราหมี” ของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาเป็นหนามยอกอกชั้นดี หลังเคยถล่มบาร์ซ่า 4-0 ในโกปา เดล เรย์ นัดแรกมาแล้ว แอตฯ มาดริด ชุดนี้มีทีเด็ดในแนวรุกอย่าง อเดโมล่า ลุคแมน และ ฮูเลียน อัลวาเรซ ที่พร้อมลงทัณฑ์ความผิดพลาดของคู่แข่งเสมอ
5. เส้นทางสู่นัดชิงที่แบ่งเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน
เมื่อมองไปที่สายการแข่งขัน ต้องยอมรับว่าความสมดุลนั้นเอนเอียงอย่างเห็นได้ชัด
- สายแข็ง (Group of Death): ผู้ชนะระหว่าง เปแอสเช หรือ ลิเวอร์พูล จะต้องไปดวลกับ เรอัล มาดริด หรือ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งทั้ง 4 ทีมนี้คือกระดูกชิ้นโตระดับเต็งแชมป์ทั้งสิ้น
- สายเปิดกว้าง: อีกด้านหนึ่ง อาร์เซน่อล ที่ถูกมองว่าแข็งแกร่งกว่า สปอร์ติ้ง จะเข้าไปรอพบผู้ชนะระหว่าง บาร์เซโลน่า หรือ แอตฯ มาดริด หลายฝ่ายยกให้ทัพปืนใหญ่ของ มิเกล อาร์เตต้า เป็นทีมเต็งที่จะกรุยทางทะลุไปถึงนัดชิงชนะเลิศที่กรุงบูดาเปสต์ ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้
ไม่ว่าสุดท้ายแล้วใครจะก้าวขึ้นไปเถลิงบัลลังก์แชมป์ แต่รอบ 8 ทีมสุดท้ายปีนี้ รับประกันความตื่นเต้นระดับ 5 ดาวอย่างแน่นอน!