ฟุตบอลหรือเรียลลิตี้? สับเละ Sky Sports ลำเอียง ปล่อยเจ้าของ ‘เร็กซ์แฮม’ พากย์เกมอวยทีมตัวเองออกทีวี

BK8 – อภิสิทธิ์ฮอลลีวูด: สับเละ Sky Sports ทิ้งความเป็นกลาง ปล่อยโชว์อวย ‘เร็กซ์แฮม’ คาจอ

ในระหว่างการพากย์เกมที่ เร็กซ์แฮม เปิดบ้านรับการมาเยือนของ สวอนซี ซิตี้ ไรอัน เรย์โนลด์ส ได้พูดติดตลกขึ้นมาว่า โชว์นี้คงให้ความรู้สึกเหมือนยาวนานสัก 20 ชั่วโมง… และน่าเสียดายที่เขาดันพูดถูกเผง

ยินดีต้อนรับสู่ยุคของ เร็กซ์แฮม สโมสรเดียวในโลกที่ได้รับอภิสิทธิ์จากสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Sky Sports ให้จัดรายการ “โฆษณาชวนเชื่อ” ของตัวเองตลอดทั้งแมตช์ โดยปราศจากการตรวจสอบหรือกรองความสมดุลใดๆ ทั้งสิ้น

แน่นอนว่า เรย์โนลด์ส และ ร็อบ แม็คเอลเฮนนีย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ พวกเขารักเร็กซ์แฮม และได้ชุบชีวิตสโมสรแห่งนี้ให้กลับมายิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะฝันถึง พวกเขาดูติดดินและเป็นที่รัก การสร้างยุคทองให้กับสโมสรและชุมชนเป็นสิ่งที่สมควรได้รับคำชื่นชมอย่างยิ่ง

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นบนหน้าจอเมื่อคืนวันศุกร์ คือการล้ำเส้นที่ดูหมิ่นวงการฟุตบอล

เมื่อสื่อทิ้งจรรยาบรรณ แลกกับแสงสี

Sky Sports ซึ่งดูจะพินอบพิเทาต่อเร็กซ์แฮมมากขึ้นเรื่อยๆ ได้มอบค่ำคืนแห่งการโปรโมตตัวเองที่เต็มไปด้วยการโอ้อวดและน่าเบื่อหน่ายให้กับสโมสร สถานีโทรทัศน์ได้ละทิ้งความรับผิดชอบในการนำเสนอข้อมูลที่สมดุลไปอย่างสิ้นเชิง

เรื่องนี้ต้องโทษไปที่ Sky Sports ไม่ใช่เร็กซ์แฮม เพราะสโมสรไหนๆ ก็คงกระโจนรับข้อเสนอนี้ทั้งนั้น

ผลที่ตามมาคือ ตลอดทั้งเกมเราได้ยินแต่คำเยินยอว่า เรย์โนลด์สและแม็คเอลเฮนนีย์ “ยอดเยี่ยม” แค่ไหน, คีฟเฟอร์ มัวร์ กองหน้าของทีม “หล่อเหลา” เพียงใด และเมื่อ ซาน วิพอตนิค กองหน้าสวอนซีเกือบยิงประตูได้ เรย์โนลด์สถึงกับร้องเสียงหลงออกไมค์ว่า “นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการนะ!” ขณะที่ สวอนซี ผู้แพ้ไป 2-0 ในเกมนี้ (และเพิ่งมี สนูป ด็อกก์ เข้ามาร่วมถือหุ้น) แทบไม่ถูกพูดถึงเลย

รายการทีวีสโมสร บนคลื่นความถี่สาธารณะ

แม้ผู้บรรยายหลักอย่าง เดวิด พรุตตัน จะพยายามคุมรายการได้ดี และช่วยดึงเกร็ดลึกๆ จากเจ้าของทีมออกมาได้ เช่น บรรยากาศห้องแต่งตัวหลังเกมเอฟเอคัพที่แพ้เชลซี ซึ่งเรย์โนลด์สเปรียบเทียบว่า “เหมือนพวกเขาเพิ่งกลับมาจากสงคราม” แต่มองในภาพรวม มันก็ให้ความรู้สึกเหมือนการนั่งดูช่อง TV ภายในของสโมสร (Club Channel) มากกว่าการรายงานข่าวกีฬาระดับชาติ

อดีตนักเตะอย่าง เบน ฟอสเตอร์ และ สตีเวน เฟลทเชอร์ ถูกเข็นออกมาร่วมรำลึกความหลัง เจ้าของทีมกระโดดดีใจสุดเหวี่ยงตอนได้ประตู มันคือรายการที่ทำมาเพื่อเอาใจแฟนเร็กซ์แฮมโดยเฉพาะ

ฟุตบอล… มหรสพรองของวงการบันเทิง?

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า แล้วมันสำคัญตรงไหน? เจ้าของทีมคู่นี้ยังดีกว่ามหาเศรษฐีต่างชาติที่ไม่แคร์แฟนบอลตั้งเยอะ และถ้ามีคนชอบดู มันจะเสียหายอะไร?

คำตอบคือ มันสำคัญมาก เพราะนี่คืออีกหนึ่งภาพสะท้อนว่า ฟุตบอลยุคใหม่กำลังกลายเป็นเพียง “โชว์คั่นเวลา” ของอุตสาหกรรมบันเทิง

  • นี่คือเหตุผลที่เราได้เห็น ยูทูบเบอร์อย่าง KSI เข้าซื้อทีม ดาเกนแนม แอนด์ เรดบริดจ์ เพื่อสตรีมตัวเองตอนดูเกม

  • นี่คือเหตุผลที่มีการโชว์มินิคอนเสิร์ตพักครึ่งในฟุตบอลโลก

  • และนี่คือเหตุผลที่ตารางแข่งของแฟนบอลท้องถิ่นถูกทำลายย่อยยับ เพื่อเอาใจตารางถ่ายทอดสด (เช่น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ได้เตะในบ้านบ่าย 3 โมงวันเสาร์ แค่ 3 นัดในรอบ 2 ฤดูกาล)

อุตสาหกรรมฟุตบอลกำลังเผชิญกับคำถามแห่งการดำรงอยู่: ตกลงเราทำสิ่งนี้เพื่อใคร? เพื่อคนที่มีกระเป๋าหนักที่สุด? เพื่อคนที่ส่งเสียงดังที่สุด? หรือเพื่อคนที่ดึงดูดกล้องได้มากที่สุด?

แม้แต่บัญชีทางการของ FA Cup บน X (ทวิตเตอร์) ก็ยังเอาใจเร็กซ์แฮมแบบสุดลิ่มทิ่มประตู เกมที่พวกเขาเจอเชลซีมีการโพสต์ถึง 19 ครั้ง (4 โพสต์เป็นรูปเรย์โนลด์ส) ในขณะที่ผลงานการล้มยักษ์หรือเรื่องราวฟุตบอลที่งดงามของ แมนส์ฟิลด์ หรือ พอร์ต เวล กลับถูกเพิกเฉย

ถึงเวลาแล้วที่สโมสรอื่นๆ ควรได้รับอภิสิทธิ์ที่เท่าเทียมกัน หากเร็กซ์แฮมสามารถมีรายการพากย์ของตัวเองบน Sky Sports ได้ ทำไมสวอนซีถึงมีบ้างไม่ได้? ทำไมลินคอล์น, วิมเบิลดัน หรือ บรอมลีย์ ถึงไม่มีสิทธิ์นั้น?

หรือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริหารสื่อ คือการปล่อยให้การบรรยายแบบเข้าข้างทีม เป็นหน้าที่ของแฟนแชนเนล (Fan Channels) ที่พวกเขาพึ่งพากลุ่มเป้าหมายนั้นโดยตรง… และคืน การถ่ายทอดสดที่เปี่ยมไปด้วยข้อมูล สมดุล และเป็นกลาง ให้กับสมาชิกที่ยอมจ่ายเงินเพื่อดู “กีฬา” อย่างแท้จริงเสียที