BK8 – ปัญหาที่น่าอิจฉา: เมื่อทัพกระทิงดุมีจอมหนึบล้นมือ
ฟอร์มอันร้อนแรงของทีมชาติสเปนยังคงเดินหน้าต่อไป ล่าสุดพวกเขาเปิดบ้านไล่ถล่ม เซอร์เบีย ไปอย่างขาดลอย 3-0 จากผลงานเหมาสองประตูของ มิเกล โอยาร์ซาบาล และอีกลูกจาก บิคตอร์ มูนญอซ ปีกดาวรุ่งจากโอซาซูน่าที่ประเดิมสนามนัดแรกได้อย่างสวยงาม ชัยชนะนัดนี้ตอกย้ำให้เห็นว่าทัพ “กระทิงดุ” ภายใต้การนำของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ คือหนึ่งในเต็งแชมป์สำหรับศึกฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์หน้าอย่างแท้จริง
ทว่าประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดหลังเกม กลับไม่ได้อยู่ที่แนวรุก แต่มุ่งเป้าไปที่ “ผู้รักษาประตู”
เด ลา ฟวนเต้ สร้างความประหลาดใจด้วยการเรียกผู้รักษาประตูมาติดทีมชุดนี้ถึง 4 ราย (จากปกติที่ส่งชื่อลงเล่นได้แค่ 3 ราย) เพื่อเปิดทางให้กับ โจน การ์เซีย มือกาวดาวพุ่งจากบาร์เซโลน่า เข้ามาสมทบกับขาประจำอย่าง อูไน ซิม่อน (แอธเลติก บิลเบา), ดาบิด ราย่า (อาร์เซน่อล) และ อเล็กซ์ เรมิโร่ (เรอัล โซเซียดาด) ท้ายที่สุด การ์เซียเป็นคนที่ต้องหลุดโผจากรายชื่อในวันแข่งขัน ขณะที่ซิม่อนได้ลงเฝ้าเสาเต็ม 90 นาที
พลวัตในห้องแต่งตัว: ทำไมซิม่อนถึงยังครองเบอร์หนึ่ง?
“ผมไม่มีข้อสงสัยเลย เพราะทั้ง 4 คนคือการันตีความเหนียวหนึบในตำแหน่งนี้” เด ลา ฟวนเต้ กล่าวหลังเกม “นี่คือตำแหน่งที่พิเศษ และผมไม่คิดว่าเราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก”
เหตุผลที่กุนซือทีมชาติสเปนลังเลที่จะดึง การ์เซีย เข้ามาสู่ทีมก่อนหน้านี้ คือเรื่องของ “ความกลมเกลียวในห้องแต่งตัว” เขาต้องการผู้เล่นที่เข้าใจบทบาทของตัวเองและพร้อมสู้เพื่อเป้าหมายร่วมกัน
-
อูไน ซิม่อน: เป็นลูกหม้อคู่บุญของ เด ลา ฟวนเต้ มาตั้งแต่ชุด U-19 และ U-21 และยึดมือหนึ่งมาตลอด 3 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่หลังสุด (ยูโร 2020, บอลโลก 2022, ยูโร 2024)
-
ดาบิด ราย่า: ยอมรับบทบาทมือสองที่พร้อมสอดแทรกได้เสมอ
-
อเล็กซ์ เรมิโร่: มือสามวัย 31 ปี ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นกาวใจชั้นยอดในห้องแต่งตัว คอยให้คำปรึกษาแข้งรุ่นน้อง ซึ่งเป็นสิ่งล้ำค่ามากสำหรับทีมพลังหนุ่มชุดนี้
สถิติสุดโหดที่ไม่อาจมองข้ามของ ‘โจน การ์เซีย’
แม้การเข้ามาของการ์เซียในวัย 24 ปี อาจสั่นคลอนลำดับขั้นในทีม แต่มันก็มาถึงจุดที่ฟอร์มของเขายอดเยี่ยมเกินกว่าจะถูกเมิน
หากเจาะลึกไปที่สถิติการป้องกันประตูจากจังหวะที่มีโอกาสเสียประตูสูง (Expected Goals on Target – xGOT) การ์เซีย ทำสถิติ ป้องกันประตูให้บาร์เซโลน่าไปแล้วถึง 10.4 ประตู ในฤดูกาลนี้
ยิ่งไปกว่านั้น อัตราการป้องกันประตู (Goals-prevented rate) ของเขาสูงถึง 1.7 (หมายความว่าจากโอกาสเสียประตู 1.7 ลูก เขาจะเสียเพียงแค่ 1 ลูก) ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ดีที่สุดใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป ทิ้งห่างรุ่นพี่ในทีมชาติสเปนที่ทำสถิติได้ตามมาตรฐานที่ 1.0 อย่างชัดเจน
บทสรุปสู่ฟุตบอลโลก
แล้วการ์เซียจะสามารถปาดหน้ายึดมือหนึ่งได้เลยหรือไม่? คำตอบในตอนนี้น่าจะยัง “ไม่”
คนใกล้ชิดทีมชาติสเปนเชื่อมั่นว่า หากไม่มีเหตุการณ์พลิกผัน อูไน ซิม่อน จะยังคงเป็นมือหนึ่งในฟุตบอลโลกครั้งต่อไป “เขาไม่เคยให้เหตุผลใดๆ สตาฟฟ์โค้ชต้องดร็อปเขา เพราะเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับทีมชาติเสมอ” แหล่งข่าวระบุ
การเรียกตัว โจน การ์เซีย ในครั้งนี้ อาจเป็นเพียงการปูทางสำหรับ “อนาคต” และให้เขาได้เริ่มซึมซับบรรยากาศในแคมป์ทีมชาติ ทว่าก่อนที่ฟุตบอลโลกจะเปิดฉากขึ้น เป็นเรื่องยากที่ เด ลา ฟวนเต้ จะยอมเสี่ยงเปลี่ยนกลไกของเครื่องจักรที่กำลังทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว