รั้งหรือปล่อย? เปิดท่าทีล่าสุด ‘แมนยู’ กับอนาคต ‘คาเซมิโร่’ หลังคืนฟอร์มเทพยุคคาร์ริค

BK8 – เสียงเพรียกที่อาจไร้ผล: ท่าทีล่าสุดของ ‘แมนยู’ ต่ออนาคต ‘คาเซมิโร่’ ในวันที่ฟอร์มกลับมาเปล่งประกาย

ฟุตบอลมักมีเรื่องราวที่ชวนให้ใจหายเสมอ… ในวันที่เราพร้อมจะกล่าวคำอำลา ใครคนนั้นกลับเปล่งประกายงดงามที่สุดจนเรานึกเสียดาย เช่นเดียวกับเรื่องราวของ คาเซมิโร่ มิดฟิลด์จอมเก๋าชาวบราซิล กับช่วงเวลาโค้งสุดท้ายในสีเสื้อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือนมกราคม ดาวเตะวัย 34 ปี ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ฤดูกาลนี้จะเป็นปีที่ 4 และปีสุดท้ายของเขาในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด หลายคนมองว่านี่คือตอนจบที่สมเหตุสมผล หลังจากที่เขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาอันยากลำบาก ฟอร์มการเล่นที่ตกลงไปในยุคของ เอริค เทน ฮาก และ รูเบน อโมริม

แต่ทว่า การเข้ามาจับงานขัดตาทัพของ ไมเคิล คาร์ริค กลับกลายเป็นสายน้ำเย็นที่ชุบชีวิตคาเซมิโร่ ให้กลับมาเล่นฟุตบอลด้วยแพสชั่นและคุณภาพระดับสูงอีกครั้ง

“One More Year!” เสียงสะท้อนจากสแตนด์

ประตูเบิกร่องจากลูกโหม่งอันเด็ดขาดในเกมที่พลพรรคปีศาจแดงเอาชนะ แอสตัน วิลล่า 3-1 (ซึ่งเป็นประตูที่ 7 ของเขาในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้) คือเครื่องยืนยันชั้นดีถึงคลาสที่ยังไม่จางหาย

ภาพที่เขาเอามือตบตราสโมสรบนหน้าอกซ้ำๆ ขณะเดินขอบคุณแฟนบอลรอบสนาม พร้อมกับเสียงตะโกน “One more year!” (อยู่ต่ออีกปีเถอะ) ที่ดังกึกก้องจากเหล่าเรดอาร์มี่ เป็นภาพที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ และชวนให้ตั้งคำถามว่า… แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเปลี่ยนใจรั้งตัวเขาไว้หรือไม่?

สัจธรรมที่ต้องยอมรับ

อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงในโลกฟุตบอลอาชีพบางครั้งก็ดำเนินไปตามครรลองของมัน ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เหยี่ยวข่าวระดับเทียร์ 1 ได้ออกมายืนยันว่า จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีความพยายามในการพูดคุยเพื่อโน้มน้าวใจจากฝั่งสโมสร

“คาเซมิโร่ตัดสินใจไปแล้วว่าจะก้าวต่อไป” โรมาโน่ อธิบาย “ณ ตอนนี้ สิ่งที่ผมบอกได้คือ ยังไม่มีใครจากสโมสรเดินไปบอกคาเซมิโร่ว่า ‘ได้โปรดอยู่กับเราต่ออีกสักฤดูกาลเถอะ’… บางทีสถานการณ์อาจเปลี่ยนไปในช่วงบ่ายของฤดูกาล เมื่อทีมมีความชัดเจนเรื่องโปรเจกต์ โค้ชคนใหม่ และฟุตบอลแชมเปียนส์ลีก แต่ตอนนี้ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม”

ความงดงามของการจากลาที่ชัดเจน

ทางด้าน ไมเคิล คาร์ริค เองก็เลือกที่จะตอบคำถามเรื่องนี้ด้วยความระมัดระวัง แต่แฝงไปด้วยความเข้าใจในวิถีของนักเตะอาชีพอย่างลึกซึ้ง

“เมื่อบางสิ่งถูกตัดสินใจไปแล้ว ในแง่หนึ่งมันกลับทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นนะ เพราะทุกคนเข้าใจสถานการณ์นี้ดี” คาร์ริค กล่าวถึงลูกทีมที่เขาชื่นชม “อิมแพ็คที่เขาสร้างมันยอดเยี่ยมมาก อิทธิพลของเขาต่อทีมและในจังหวะสำคัญๆ… ผมคิดว่าโมเมนต์ตอนจบเกมที่เขามีร่วมกับแฟนบอล มันเป็นสายใยและความเคารพที่งดงาม ผมเชื่อว่าเขาจะมีความสุขและเก็บความทรงจำนี้ไว้”

หากไม่มีปาฏิหาริย์หรือการ “กลับลำ” ในนาทีสุดท้าย เกมเยือน ไบรท์ตัน ในเดือนพฤษภาคม จะเป็นฉากสุดท้ายของคาเซมิโร่กับยูไนเต็ด… และบางที การเดินจากไปในวันที่รอยยิ้มกลับคืนมา ในวันที่แฟนบอลยังคงรักและร้องเรียกชื่อเขา อาจเป็นตอนจบที่สมบูรณ์แบบและงดงามที่สุด สำหรับตำนานนักเตะคนหนึ่งแล้วก็เป็นได้