สถิติโลกหรือคำลวง? “อินฟานติโน่” โวตั๋วบอลโลก 2026 ยอดจองทะลุ 500 ล้านใบ – ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ตั๋วแพงหูฉี่และการอิงแอบการเมือง

“ความคลั่งไคล้, ธุรกิจ และการเมือง”: เบื้องหลังยอดจองตั๋วฟุตบอลโลก 500 ล้านใบ และรอยด่างพร้อยของฟีฟ่า – BK8

ฟุตบอลเคยถูกขนานนามว่าเป็นกีฬากรรมกร เป็นความสุขที่เรียบง่ายและเข้าถึงได้สำหรับคนทุกชนชั้น แต่เมื่อมองดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ “ฟุตบอลโลก 2026” ที่จะจัดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ เราอาจต้องตั้งคำถามใหม่ว่า ฟุตบอลยังเป็นของพวกเราทุกคนอยู่หรือไม่?

ล่าสุด จานนี อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า ได้สร้างความฮือฮาด้วยการออกมาเปิดเผยตัวเลขความต้องการตั๋วเข้าชมที่สูงจนน่าตกใจ ทว่าภายใต้รอยยิ้มแห่งความสำเร็จ กลับมีเสียงสะท้อนแห่งความผิดหวังจากแฟนบอล และเครื่องหมายคำถามถึงความโปร่งใสซ่อนอยู่

ปรากฏการณ์ “ยอดจองทะลุ 500 ล้าน”

ในการให้สัมภาษณ์ที่รีสอร์ต Mar-a-Lago ของโดนัลด์ ทรัมป์ อินฟานติโน่เปิดเผยข้อมูลที่ทำให้โลกลูกหนังต้องตะลึง:

  • ความต้องการที่ล้นทะลัก: มีคำขอซื้อตั๋วเข้ามาถึง 508 ล้านครั้ง จากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก สำหรับตั๋วที่มีจำหน่ายจริงเพียงราวๆ 7 ล้านใบ

  • ขายเกลี้ยงทุกที่นั่ง: เกมการแข่งขัน 77 นัด จากทั้งหมด 104 นัด มียอดจองตั๋วเกิน 1 ล้านใบต่อนัด ทำให้ฟีฟ่ากล้าเคลมว่า “ตั๋วทุกนัดขายหมดแล้ว” (แม้แหล่งข่าวภายในจะระบุว่าฟีฟ่ายังคงกั๊กตั๋วบางส่วนไว้ขายในโค้งสุดท้ายก็ตาม)

  • ตัวเลขที่ชวนสับสน: อินฟานติโน่อ้างว่าจะมีผู้ชมทัวร์นาเมนต์นี้ถึง 6 พันล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดูย้อนแย้งและเกินจริงไปสักหน่อย เมื่อเทียบกับประชากรโลกปัจจุบันที่มีอยู่ราว 8 พันล้านคน

“การหักหลังครั้งมโหฬาร” ของกลุ่มแฟนบอล

ยอดจองที่ถล่มทลาย ไม่ได้หมายความว่าแฟนบอลมีความสุข สมาคมแฟนบอลหลายแห่งตราหน้าฟีฟ่าว่านี่คือ “การหักหลังครั้งมโหฬาร” ราคาตั๋วที่พุ่งทะยานจากระบบแบบกลไกตลาด (Dynamic Pricing) ทำให้แฟนบอลธรรมดาหาเช้ากินค่ำแทบหมดสิทธิ์เข้าถึง แต่อินฟานติโน่อธิบายเพียงสั้นๆ ว่า “มันไม่ใช่ปัญหาหรอก เพราะความต้องการมันมีอยู่จริง… ราคาที่สูงขึ้นก็เป็นผลมาจากสิ่งนั้น”

ยิ่งไปกว่านั้น ฟีฟ่ายังเตรียมรับทรัพย์ก้อนโตจากการ “รีเซล” ตั๋วบนแพลตฟอร์มของตัวเอง โดยจะหักค่าคอมมิชชั่นถึง 15% จากทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย นั่นหมายความว่า หากตั๋ว 100 ดอลลาร์ถูกนำมาขายต่อ ฟีฟ่าจะฟันกำไรเปล่าๆ ไปถึง 30 ดอลลาร์ นำไปสู่การคาดการณ์ว่าทัวร์นาเมนต์นี้จะทำรายได้เข้าองค์กรทะลุ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.8 แสนล้านบาท)

เมื่อฟุตบอลอิงแอบการเมือง

ความขัดแย้งไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องเงิน ในงานสัมมนาที่ฟลอริดา อินฟานติโน่ปรากฏตัวพร้อมสวมหมวกแก๊ปที่มีตัวเลข “45” และ “47” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สองสมัยของ โดนัลด์ ทรัมป์

ภาพความสนิทสนมนี้ยิ่งตอกย้ำข้อครหาเรื่องการละเมิดจุดยืน “ความเป็นกลางทางการเมือง” ของฟีฟ่า โดยก่อนหน้านี้ในเดือนธันวาคม อินฟานติโน่เพิ่งมอบรางวัล “FIFA Peace Prize” (รางวัลสันติภาพฟีฟ่า) ให้กับทรัมป์ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์อย่างหนัก จนองค์กรสิทธิมนุษยชนอย่าง FairSquare ต้องยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการจริยธรรมของฟีฟ่าอย่างเป็นทางการ

ฟุตบอลโลก 2026 อาจเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด สร้างเม็ดเงินมหาศาลที่สุด และดึงดูดผู้คนได้มากที่สุด… แต่มันกำลังทิ้งรอยแผลและคำถามที่บาดลึกไว้ในใจแฟนบอลว่า สุดท้ายแล้ว กีฬาที่สวยงามนี้กำลังถูกเปลี่ยนให้เป็นเพียง “สินค้าไฮเอนด์” และ “เครื่องมือทางการเมือง” ของกลุ่มคนเพียงหยิบมือเดียวหรือไม่?