BK8 – สปิริตเลือดเดือด! ‘เฟร์มิน โลเปซ’ สวมหัวใจสิงห์ คัมแบ็กช่วยบาร์ซ่าหลังโดนสตั๊ดเสยหน้า ในศึก UCL สุดระทึก
เหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาแฟนบอลใจหายใจคว่ำ เกิดขึ้นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เลกสอง นัดชี้ชะตาระหว่าง แอตเลติโก มาดริด และ บาร์เซโลน่า เมื่อ เฟร์มิน โลเปซ มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 22 ปีของทัพ “เจ้าบุญทุ่ม” ต้องเผชิญกับช็อตสยองขวัญจนเลือดอาบเต็มหน้า
จังหวะอันตราย และสปิริตที่แฟนบอลซูฮก
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ เฟร์มิน โลเปซ พุ่งตัวเข้าโหม่งเพื่อหวังทำประตูที่สามให้กับทีม แต่จังหวะเดียวกันนั้น ฮวน มุสโซ่ ผู้รักษาประตูของทัพ “ตราหมี” ได้พุ่งออกมาตัดบอล แม้จะเซฟลูกยิงไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่จังหวะตามน้ำ (Follow through) ปุ่มสตั๊ดของมุสโซ่กลับพุ่งเข้ากระแทกที่บริเวณจมูกของดาวเตะชาวสเปนเข้าอย่างจัง
ภาพเหตุการณ์เผยให้เห็นโลเปซที่เอามือกุมใบหน้าและมีเลือดไหลทะลักออกมาอย่างต่อเนื่อง จนเจ้าตัวต้องใช้เสื้อแข่งของตัวเองซับเลือดเอาไว้ ขณะที่ทีมแพทย์ต้องรีบวิ่งลงสนามมาดูอาการด่วน ความรุนแรงของภาพนี้ทำให้ ลามีน ยามาล เพื่อนร่วมทีม ถึงกับต้องเดินหนีไปที่มุมธงเพราะทนดูไม่ได้
อย่างไรก็ตาม มุสโซ่ ไม่ได้รับบทลงโทษใดๆ จากจังหวะเข้าปะทะนี้ และสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ หลังจากปฐมพยาบาลเพียงไม่กี่นาที โลเปซ กลับลงสนามมาลุยต่อในสภาพที่จัดการคราบเลือดจนสะอาดสะอ้านราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเอาแฟนบอลบนโลกออนไลน์ต่างยกย่องทัศนคติแบบสู้ถวายหัวและ “พร้อมตายเพื่อบาร์เซโลน่า” ของเขากันอย่างล้นหลาม
ทั้งนี้ การถ่ายทอดสดของช่อง TNT Sports ถูกตั้งคำถามเล็กน้อยถึงความเหมาะสม เมื่อตากล้องจับภาพเหตุการณ์เลือดอาบอยู่นาน ประกอบกับ ลูซี่ วอร์ด นักพากย์ร่วม ได้ใช้คำเปรียบเปรยในจังหวะนั้นว่า “บาร์เซโลน่าได้กลิ่นคาวเลือดของ แอตเลติโก แล้ว”
รูปเกมสุดดราม่า พลิกไปพลิกมา
บริบทความเดือดของเกมนี้เริ่มต้นจากการที่ บาร์เซโลน่า เดินทางมาเยือนกรุงมาดริดด้วยสถานการณ์ที่ตามหลัง 2-0 จากเลกแรก แต่เริ่มเกมได้เพียง 4 นาที ลามีน ยามาล ก็จุดประกายความหวังด้วยการฉกฉวยความผิดพลาดของ เกลม็องต์ ล็องเลต์ ยิงประตูตีไข่แตกได้สำเร็จ
ความตื่นเต้นทวีคูณขึ้นในนาทีที่ 24 เมื่อ เฟร์ราน ตอร์เรส ตะบันสุดสวยเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างเด็ดขาด ช่วยให้ บาร์เซโลน่า ตีเสมอสกอร์รวมได้สำเร็จอย่างรวดเร็ว
แต่ทัพ “ตราหมี” ของ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ก็แสดงให้เห็นถึงความเคี้ยวเขี้ยว นาทีที่ 31 พวกเขาทวงความได้เปรียบสกอร์รวมกลับมาได้อีกครั้ง จากจังหวะสวนกลับเร็วสุดอันตราย อองตวน กรีซมันน์ พลิกตัวจ่ายบอลโค้งสุดทะลุช่องให้ อเดโมล่า ลุคแมน กองหน้าที่ฟอร์มร้อนแรงนับตั้งแต่ย้ายมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ จัดการส่งบอลซุกก้นตาข่ายอย่างเฉียบขาด ดับความร้อนแรงของทีมเยือนลงได้ในช่วงครึ่งเวลาแรก