BK8 – ฟุตบอลโลก 1986 ที่ เม็กซิโก คือทัวร์นาเมนต์ที่ถูกจารึกไว้ในความทรงจำ… ไม่ใช่แค่เพราะมันเป็นครั้งที่สองที่ อาร์เจนตินา คว้าแชมป์โลกได้ แต่เพราะมันคือชัยชนะที่ถูกนิยามโดย “ชายเพียงคนเดียว” มากกว่าครั้งไหนๆ ทั้งก่อนและหลัง
เมื่อเรามองย้อนกลับไป ดิเอโก้ อาร์มันโด มาราโดน่า คือ “ปรากฏการณ์” ที่ยากจะหยุดยั้ง จนหลายคนมักปรามาสว่าทีม “ฟ้า-ขาว” ชุดนั้นเป็นเพียง “ทีมธรรมดา” ที่ไร้ซูเปอร์สตาร์คนอื่น
แต่นั่นคือความอยุติธรรม… ประเด็นไม่ใช่ว่าผู้เล่นคนอื่นไม่เก่ง แต่คือการที่ มาราโดน่า อยู่ใน “ระดับ” ที่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป
เบื้องหลังความสำเร็จ: “บิลาร์โด้” ผู้อยู่ตรงข้ามความโรแมนติก คาร์ลอส บิลาร์โด้ กุนซือในขณะนั้น คือขั้วตรงข้ามที่สมบูรณ์แบบของ เซซาร์ หลุยส์ เมน็อตติ (แชมป์โลก 1978) “สำหรับ เมน็อตติ ฟุตบอลคือความสุข” ฮอร์เก้ บัลดาโน่ กล่าวไว้ “แต่สำหรับ บิลาร์โด้ ฟุตบอลคือภารกิจของกองทัพที่ต้องต่อสู้เพื่อทุกตารางนิ้ว”
บิลาร์โด้ถูกวิจารณ์อย่างหนักก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ แต่เขากลับมาในฐานะวีรบุรุษ ไม่ใช่แค่เพราะพาทีมคว้าแชมป์ แต่เพราะเขา “กล้า” ที่จะมอบ “อิสรภาพ” ทั้งหมดให้กับ มาราโดน่า เขาสร้างระบบ 3-5-2 ที่แปลกใหม่ในยุคนั้น โดยมีปรัชญาแบบ “อิตาเลียน” คือ เกมรับต้องแน่น แต่เกมรุก… ปล่อยให้ “พ่อมด” ร่ายเวทมนตร์ได้ตามใจชอบ
สตาร์ผู้แบกทีม: “ดิเอโก้” นี่คือ “ทัวร์นาเมนต์ของคนๆ เดียว” ที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้แต่ เปเล่ ปี 1970 ก็ยังไม่ถึงระดับนี้ (เพราะ บราซิล ชุดนั้นมีนักเตะระดับโลกอีก 4 คน)
คำถามเดียวตลอดทัวร์นาเมนต์คือ “จะหยุดมาราโดน่าได้อย่างไร?” แต่ไม่ว่าจะเป็นการ “ประกบตาย” (Man-mark) หรือ “คุมโซน” (Zonal) … ก็ล้มเหลวทั้งสิ้น สถิติที่น่าทึ่งคือ มาราโดน่า “เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่ง” ในทัวร์นาเมนต์นี้ถึง 53 ครั้ง… คนที่ได้อันดับสอง ทำได้เพียง 16 ครั้ง เท่านั้น!
ช่วงเวลาแห่งตำนาน: 5 นาทีที่สั่นสะเทือนโลก และแน่นอนว่า ทุกอย่างมาบรรจบกันที่เกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายกับ อังกฤษ… ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองจาก “สงครามฟอล์กแลนด์” มาราโดน่าได้สร้าง 2 ช่วงเวลาที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ภายในเวลาเพียง 5 นาที
-
“หัตถ์พระเจ้า” (The Hand of God): การกระโดดชกบอลข้ามหัว ปีเตอร์ ชิลตัน เข้าประตูไปอย่างอื้อฉาว
-
“ประตูแห่งศตวรรษ” (The Goal of the Century): 4 นาทีต่อมา เขาเลี้ยงบอลจากครึ่งสนาม หลบผู้เล่นอังกฤษ 4 คน (รวม ปีเตอร์ ชิลตัน) ก่อนจะยิงเข้าไปอย่างเหนือชั้น
แกรี่ ลินิเกอร์ ผู้ซึ่งอยู่ในสนามวันนั้น ยอมรับว่า “มันเป็นครั้งเดียวในอาชีพของผม ที่ผมรู้สึกว่าควรจะปรบมือให้กับประตูนั้น… มันคือสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ผมเคยเห็นในสนามฟุตบอล”
นัดชิงชนะเลิศ: บทสรุปที่สมบูรณ์แบบ ในนัดชิง เยอรมันตะวันตก พยายามใช้แผน “เอาตัวรอด” ด้วยการส่ง โลธาร์ มัทเธอุส มาประกบ มาราโดน่า ซึ่งมันก็ได้ผลในระดับหนึ่ง… แต่มันก็เปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นคนอื่น
อาร์เจนตินานำ 2-0 และกำลังจะคว้าแชมป์อย่างง่ายดาย แต่แล้ว “อินทรีเหล็ก” ก็แสดงจิตวิญญาณนักสู้ ไล่ตีเสมอเป็น 2-2 ในนาทีที่ 81!
แต่ในขณะที่ทุกคนคิดว่า อาร์เจนตินา กำลังจะพังทลาย… “อัจฉริยะ” ก็ปรากฏตัวอีกครั้ง นาทีที่ 84 มาราโดน่าที่ถูกประกบติด หันมาตวัดบอลจังหวะเดียวทะลุช่องให้ ฮอร์เก้ บูร์รูชาก้า หลุดเข้าไปยิงประตูชัย 3-2
นี่คือบทสรุปที่สมบูรณ์แบบ… อาร์เจนตินา อาจไม่ใช่ทีมที่ดีที่สุดในทุกตำแหน่ง แต่พวกเขาคือทีมที่แข็งแกร่ง และพวกเขามี “นักเตะที่ดีที่สุดในโลก”… ที่กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดตลอดกาล