แพ้แต่ชนะใจ! เร็กซ์แฮม สู้สุดใจไล่บี้เชลซีถึงต่อเวลา พิสูจน์ขุมกำลังพร้อมลุยพรีเมียร์ลีกหรือยัง?

BK8 – เทพนิยายที่ไร้สคริปต์: ‘เร็กซ์แฮม’ สู้ยิบตาบี้ ‘เชลซี’ ถึงต่อเวลา… หรือพวกเขาพร้อมแล้วสำหรับพรีเมียร์ลีก?

บรรยากาศหน้าสนาม สต็อก เค รัส (Stok Cae Ras) เมื่อบ่ายวันเสาร์ช่างอบอวลไปด้วยมนต์ขลัง ภาพของเด็กๆ พ่อแม่ และปู่ย่าตายาย ยืนรอคอยฮีโร่ของพวกเขาอย่างมีความหวัง และนักเตะ เร็กซ์แฮม ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง พวกเขาเดินแจกลายเซ็นและถ่ายเซลฟี่กับแฟนบอลอย่างเป็นกันเอง แม้เกมเอฟเอคัพรอบ 5 นัดหยุดโลกกับ เชลซี กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ถึงชั่วโมง

มันเป็นภาพที่ขัดแย้งกับสไตล์การมาถึงของทีมเยือนอย่างสิ้นเชิง เมื่อรถบัสเชลซีเทียบท่า แข้งซูเปอร์สตาร์อย่าง รีซ เจมส์, มาร์ก กูกูเรย่า, เชา เปโดร รวมถึง อเลฮานโดร การ์นาโช่ ต่างเดินก้มหน้า สวมหูฟัง ดึงฮู้ดคลุมหัว ตรงดิ่งเข้าห้องแต่งตัวโดยไม่หยุดทักทายแฟนบอลตัวน้อยที่มารอเก้อ

แต่เด็กๆ ชาวเร็กซ์แฮมไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะในยุคที่เด็กมักจะเชียร์ทีมใหญ่ในทีวี การได้เห็นเสื้อสีแดงของเร็กซ์แฮมละลานตาไปทั่วเมือง แทนที่จะเป็นเสื้อของลิเวอร์พูลหรือแมนฯ ยูไนเต็ด (ที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึง 50 ไมล์) คือเครื่องยืนยันว่า “บางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กำลังเกิดขึ้นที่นี่”

สู้สมศักดิ์ศรี และบทเรียนราคาแพงจาก VAR

การมาเยือนของเชลซีไม่ได้ทำให้เร็กซ์แฮมเกรงกลัว พวกเขาต่อกรได้อย่างสูสี เป็นฝ่ายขึ้นนำถึงสองครั้งสองครา และดูมีโอกาสเป็นผู้ชนะมากกว่าด้วยซ้ำ จนกระทั่งจุดเปลี่ยนมาถึงเมื่อ จอร์จ ด็อบสัน โดนใบแดงไล่ออกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 90 นาที

เมื่อต้องเล่น 10 คนในช่วงต่อเวลาพิเศษ เชลซีที่เหนือกว่าจึงบดเอาชนะไปได้ 4-2 แต่นั่นก็ไม่ใช่บทสรุปที่ง่ายดาย เพราะ ลูอิส บรันต์ เกือบสร้างปาฏิหาริย์ตีเสมอให้เร็กซ์แฮมได้สำเร็จ ทว่าเสียงเฮต้องชะงักลงเมื่อ VAR ริบประตูคืนด้วยข้อหาล้ำหน้า

“ช่างแม่ง VAR” คือเสียงตะโกนที่ดังกึกก้องไปทั่วสนาม มันคือเทคโนโลยีที่เร็กซ์แฮมไม่เคยต้องเจอในลีกล่าง แต่ ซัค ไวเนอร์ กองหลังตัวใหม่ของทีม มองในมุมที่ต่างออกไป:

“นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้สัมผัส VAR… คืนนี้ผมไม่อยากให้มีมันหรอก แต่มันคือส่วนหนึ่งของเกม และหวังว่านี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เพราะเป้าหมายของเราคือการได้เล่นในลีกที่มี VAR ทุกสัปดาห์”

ใช่แล้ว… สิ่งที่เขาหมายถึงคือ พรีเมียร์ลีก

จากทีมนอกลีก สู่ฝันที่เอื้อมถึง

ฟิล พาร์กินสัน กุนซือเร็กซ์แฮม กล่าวหลังเกมว่า “ทีมต้องสะท้อนตัวตนของเมือง นั่นคือสิ่งที่ผู้คนในเร็กซ์แฮมต้องการ และคือสิ่งที่เราพยายามทำมาตลอด” ไม่มีอะไรจะยกระดับจิตใจในโลกกีฬาได้ดีไปกว่าการได้เห็นเมืองทั้งเมืองและนักเตะขับเคลื่อนไปพร้อมกัน จากสโมสรที่หลับใหลอยู่นอกลีกนานถึง 15 ปี การเข้ามาของ ไรอัน เรย์โนลด์ส และ ร็อบ แม็คเอลเฮนนีย์ สองซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวูดในปี 2021 ได้ชุบชีวิตทีมนี้ให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

ปัจจุบัน เร็กซ์แฮม รั้งอันดับ 6 ในศึกแชมเปียนชิพ มีลุ้นพื้นที่เพลย์ออฟเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว แต่พาร์กินสันก็ยอมรับความจริงว่า:

“ช่องว่างเรื่องพลังทางการเงินระหว่างพรีเมียร์ลีก กับจุดที่เราอยู่ในแชมเปียนชิพมันมหาศาลมาก โดยเฉพาะเมื่อเราก้าวขึ้นมาเร็วขนาดนี้”

แม้เกมนี้เชลซีจะพักตัวหลักอย่าง โคล พาลเมอร์ และ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ แต่พวกเขาก็ยังมีดาวรุ่งดีกรีทีมชาติชุดใหญ่อย่าง จอร์เรล ฮาโต (เนเธอร์แลนด์), อังเดรย์ ซานโตส (บราซิล) และ การ์นาโช่ (อาร์เจนตินา) ลงสนาม ข้อได้เปรียบทางการเงินที่เร็กซ์แฮมเคยมีในลีกล่าง จะไม่มีผลอีกต่อไปหากพวกเขาก้าวขึ้นสู่ลีกสูงสุด

อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ เร็กซ์แฮมกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่หอมหวานที่สุด พวกเขายังคงทะยานขึ้นไปข้างหน้า ทำผลงานเกินความฝันของแฟนบอล และที่สำคัญที่สุด… พวกเขายังคงเป็นทีมที่มีความผูกพันกับผู้คนในเมืองอย่างลึกซึ้ง

เกมเมื่อวันเสาร์อาจจะไม่มี “ตอนจบแบบฮอลลีวูด” แต่มันคือความพ่ายแพ้ที่เปี่ยมไปด้วยศักดิ์ศรีและความสมจริงที่สุดแล้ว