‘หัวใจที่เปี่ยมด้วยศรัทธา’: เบน แกนนอน-โด๊ค ดาวรุ่งวัย 20 ปี ผู้จุดประกายความหวังใหม่ให้ทีมชาติสกอตแลนด์ – BK8
ในนาทีที่ 54 ของเกมนัดเปิดสนามฟุตบอลโลก เบน แกนนอน-โด๊ค ปล่อยเสียงคำรามดังกึกก้อง เขากำหมัดแน่นและชกไปในอากาศด้วยความสะใจ หลังจากการบังบอลออกเส้นหลังเพื่อเรียกจุดโทษเตะจากจากประตู (Goal kick) ให้กับทีม ปีกดาวรุ่งรายนี้เฉลิมฉลองจังหวะนั้นราวกับว่าเขาเพิ่งซัดประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศ
การแสดงออกที่เปี่ยมไปด้วยแพสชั่นและจริงใจของเขา ปลุกเร้าแฟนบอล “ตาร์ตัน อาร์มี่” บนอัฒจันทร์บอสตัน สเตเดียม ที่กำลังนั่งลุ้นตัวโก่งให้ลุกฮือขึ้นมา เด็กหนุ่มคนนี้เข้าใจถึงความหมายของการลงเล่นทัวร์นาเมนต์นี้ เขาซึมซับความรู้สึกของชาวสกอตแลนด์ทุกคนที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเชียร์ และเขาได้กลายเป็นตัวแทนของหัวใจนักสู้เหล่านั้นอย่างสมบูรณ์แบบ
ขโมยซีนท่ามกลางซูเปอร์สตาร์
แม้เกมนี้ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ จะสลัดอาการป่วยกลับมาลงสนามเป็นตัวจริง จอห์น แม็คกินน์ จะเป็นผู้ทำประตูชัย หรือ ลอว์เรนซ์ แชงค์แลนด์ จะยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้า ทว่าสปอตไลท์กลับสาดส่องไปที่เด็กหนุ่มวัย 20 ปี ที่ยังไม่ลืมตาดูโลกด้วยซ้ำในครั้งสุดท้ายที่สกอตแลนด์ได้ลงเล่นในฟุตบอลโลก
เส้นทางของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อสองปีก่อน แกนนอน-โด๊ค มีชื่อติดทีมชาติชุดลุยศึกยูโร 2024 อย่างเซอร์ไพรส์ แต่สุดท้ายอาการบาดเจ็บก็พรากโอกาสบินไปเยอรมนีของเขา
“ยูโรอาจจะมาเร็วไปสำหรับผมนิดหน่อย และผมคิดว่าถ้าผมไป ผมก็คงไม่ได้ลงเล่นหรอกครับ” เขากล่าวเปิดใจ “ถ้าผมฝืนเล่น ผมคงไม่สามารถแสดงศักยภาพที่ดีที่สุดในแบบที่ผมรู้ว่าผมทำได้ออกมา”
แต่ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เขาไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นอีกต่อไป ปีกความเร็วสูงจากบอร์นมัธโชว์ลีลาสุดสะเด่า ลบฝันร้ายจากอาการบาดเจ็บแฮมสตริงรุนแรง (ซึ่งเป็นครั้งที่สามในรอบสามปี) ที่เคยทำให้เส้นเอ็นของเขา “แทบจะขาดรุ่งริ่ง” ทิ้งไปจนหมดสิ้น
ศรัทธาและความโดดเดี่ยวในถิ่นแอนฟิลด์
การตกเป็นเป้าสายตาไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเขา ในวัย 16 ปี เด็กหนุ่มจากนอร์ธ แอร์เชียร์ ตัดสินใจก้าวออกจากเซลติก เพื่อไปตามหาความฝันในพรีเมียร์ลีกกับ ลิเวอร์พูล ทว่าการย้ายลงใต้ครั้งนั้นไม่ได้สวยงามนัก เขาต้องพบกับความโดดเดี่ยว ยามที่ต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บและอยู่ห่างไกลจากบ้านเกิด
ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด เขาได้ค้นพบเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจอีกครั้ง… แม้จะเติบโตมาในครอบครัวคาทอลิก แต่เขายอมรับว่าเคยห่างหายจากศาสนาไปพักหนึ่ง ก่อนจะรู้สึกถึงเสียงเรียกที่กระตุ้นให้เขากลับมา
“ผมรู้สึกเหมือนพระเจ้ากำลังเรียกหาผม” ดาวรุ่งวัย 20 ปีเผยความในใจ “ผมเริ่มรู้สึกดีขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และรับมือกับสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น ผมคิดว่า ‘โอ้ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้วล่ะ’ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม”
ด้วยศรัทธาที่เต็มเปี่ยม แกนนอน-โด๊ค ซึ่งได้รับคัมภีร์ไบเบิลจากคุณย่า รู้สึกมั่นคงและติดดินเสมอ เขามักจะใช้เวลาสวดมนต์และอ่านไบเบิลเงียบๆ ตามลำพังก่อนเกม “ผมไม่ทำในห้องแต่งตัวหรอกครับ เพราะฟุตบอลมีความเชื่อที่หลากหลาย การทำแบบส่วนตัวช่วยให้ผมมีสมาธิมากกว่า ห้องแต่งตัวบางครั้งก็วุ่นวาย แต่นี่คือรากฐานของทุกสิ่ง รวมถึงฟุตบอลของผมด้วย”
อนาคตใหม่ที่กล้าจะ ‘หวัง’
แม้เขาจะบอกว่าเขา “ไม่ได้สวดมนต์ขอให้ยิงแฮตทริก” แต่ฟอร์มการเล่นของเขาคือพรจากฟ้าสำหรับแฟนบอลสกอตแลนด์อย่างแท้จริง ทุกครั้งที่เขาได้บอลทางกราบขวา เขาพร้อมที่จะทะลวงเข้าใส่คู่แข่งเสมอ ซึ่งเป็นภาพที่แฟนบอลสกอตแลนด์โหยหามานาน
เขาเป็นคนจุดประกายจังหวะที่ แม็คโทมิเนย์ ยิงชนเสา และเป็นคนปั้นเกมส่งต่อให้ เช อดัมส์ ได้สับไก ก่อนที่บอลจะกระดอนไปเข้าทาง จอห์น แม็คกินน์ ซัดประตูชัยประวัติศาสตร์
ตลอด 83 นาทีในสนาม เขาคือผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นให้สกอตแลนด์ในฟุตบอลโลก (ก่อนที่ ฟินด์เลย์ เคอร์ติส วัย 19 ปีจะถูกเปลี่ยนตัวลงมา) ทั้งคู่เล่นฟุตบอลด้วยความอิสระ ไร้ซึ่งความกดดันจากความผิดหวังในอดีตที่รุ่นพี่เคยเผชิญ
“เขาเล่นได้สุดยอดมากในคืนนี้ เขาคือต้นแบบของนักเตะทีมชาติสกอตแลนด์ที่คุณอยากให้เป็น” สก็อตต์ บราวน์ อดีตกัปตันทีมชาติกล่าวชื่นชม
สำหรับแฟนบอลสกอตแลนด์หลายเจเนอเรชัน พวกเขาเติบโตมากับประโยคที่ว่า ‘ความหวังคือสิ่งที่ฆ่าเรา’ (It’s the hope that kills you) แต่เมื่อได้เห็นการขับเคลื่อนทีมด้วยหัวใจของเด็กหนุ่มวัย 20 ปีคนนี้… มันยากเหลือเกินที่จะไม่ปล่อยใจให้กลับมา “หวัง” อีกครั้ง